สโมสรชาวหมากฮอส : Thai Checkers Club
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ตุลาคม 22, 2014, 16:34:57
3,245 กระทู้ ใน 452 หัวข้อ โดย 4,223 สมาชิก
สมาชิกล่าสุด: jamewarzee
สโมสรชาวหมากฮอส : Thai Checkers Club  |   |  ความรู้เกี่ยวกับหมากฮอส  |  กติกาการเล่นหมากฮอสและแนวคิดอันเป็นที่มา 0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้ « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
หน้า: [1]
ผู้เขียน หัวข้อ: กติกาการเล่นหมากฮอสและแนวคิดอันเป็นที่มา  (อ่าน 19081 ครั้ง)
๛น้ำมนต์๛
Global Moderator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


www.makhos.com


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: ตุลาคม 01, 2009, 22:23:11 »


เมื่อปี พ.ศ.2523
อ.สุกิจ แสงประดับ ได้จัดทำกติกาหมากฮอส
เป็นลายลักษณ์อักษรฉบับแรกของไทยให้แก่ชมรมหมากฮอสฯ
กติกานั้นยังคงเป็นต้นแบบให้องค์การต่างๆ นำไปปรับใช้มาจนถึงปัจจุบัน
บัดนี้ อ.สุกิจได้ปรับปรุงกติกาเสียใหม่
โดยรับเอาแนวคิดเรื่องการทำผิดกติกาและการลงโทษมาจากเซียนโย่ง
และทำคำอธิบายประกอบเพื่อเสริมความเข้าใจ
รวมทั้งได้รวมรวมความคิดเห็นต่างๆ ที่มีผู้เสนอมาในเวบบอร์ดไว้ให้ศึกษากัน
ทั้งนี้ ชมรมหรือองค์กรใดจะนำไปดัดแปลงใช้ให้เป็นประโยชน์
ก็จะถือเป็นเรื่องที่ยินดีอย่างยิ่งตามเจตนารมณ์ของผู้จัดทำ


กติกาการเล่นหมากฮอสและแนวคิดอันเป็นที่มา 


หมากฮอสน่าจะเป็นหมากกระดานเก่าแก่ที่สุดในโลก
เพราะสามารถสืบสาวประวัติย้อนหลังไปได้ถึงกว่า 4,000 ปี
มีหลักฐานว่ากษัตริย์อียิปต์โบราณเคยเล่นหมากฮอส
ต่อมาหมากฮอสได้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ แทบจะทั่วโลก
แต่กติกาการเล่นได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและความพอใจของแต่ละท้องถิ่น
หมากฮอสในรูปแบบที่คนไทยทั่วไปนึกว่าเป็นหมากฮอสสากลนั้น
แท้ที่จริงเป็นเพียงรูปแบบหนึ่งที่เล่นกันในประเทศอังกฤษและอเมริกา
ส่วนประเทศอื่นๆ ต่างก็มีกติกาการเล่นของตนเอง
ซึ่งก็มีบ้างที่กติกาการเล่นหมากฮอสของบางประเทศเหมือนกันทุกประการกับของประเทศอื่น

หมากฮอสคงจะเข้ามาถึงเมืองไทยราวหนึ่งร้อยปีก่อนนี่เอง เดิมทียังไม่มีกติกาการเล่นเป็นลายลักษณ์อักษร
บางท้องถิ่นก็มีรูปแบบการเล่นบางอย่างเป็นของตนเองซึ่งไม่เหมือนกับที่ส่วนใหญ่นิยมเล่นกัน
เช่น ที่เชียงใหม่เล่นหมากสามแถว ที่กาญจนบุรีวางกระดานให้มุมคู่อยู่ทางซ้าย
บางที่ใช้วิธีหักขาถ้าไม่กิน บางที่ฮอสกินข้ามไปลงตาไกลได้เพื่อกินต่อไปอีก

จนกระทั่งกลางปี พ.ศ.2523 ผมได้เขียนร่างกติกาให้แก่ชมรมหมากฮอสประเทศไทย
โดยใช้การแบ่งหมวดหมู่ของกติกาหมากรุกสากลและหมากฮอสอังกฤษอเมริกันเป็นต้นแบบ
แล้วไปขอให้อาจารย์เลื่อนช่วยตรวจแก้ รวมทั้งเพิ่มเติมส่วนที่เป็นภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ไทยเข้าไป
หลังจากนั้นก็ได้นำไปขอความเห็นจากเซียนซ้ง พี่ปัญจะ และพี่เรืองชัย
ตลอดจนนักหมากฮอสที่เล่นไม่เก่งนักในวัดมหาธาตุอีก 5-6 คน เพื่อให้ได้ความคิดอันหลากหลายต่างมุมมองกัน
จนกระทั่งได้ข้อสรุปมาประกาศใช้เป็นกติกาของชมรมหมากฮอสฯ

หลังจากที่อำลาวงการหมากฮอสเมื่อปี พ.ศ.2524
ผมยังคงช่วยเป็นผู้อธิบายสรุปกติกาการเล่นให้กรรมการผู้ตัดสินและนักกีฬาหมากฮอสฟัง
ก่อนเริ่มการแข่งขัน ในปี พ.ศ.2525-27 และช่วยเป็นกรรมการตัดสินคู่สำคัญหรือคู่ที่อาจมีปัญหาด้วย
ทำอยู่ 3 ปีจนเห็นว่านักหมากฮอสส่วนใหญ่เข้าใจกติกาของชมรมฯ ในระดับที่น่าพึงพอใจแล้ว
จึงวางมือจากวงการไปอย่างแท้จริงเป็นเวลารวม 20 ปีเต็ม
เพิ่งจะหวนกลับมาเขียนบทความเกี่ยวกับหมากฮอสตามคำชวนของป้าอรตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ.2546 เป็นต้นมา

ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2547 ป้าอรมาขอความคิดเห็นจากผมว่ากติกาสำหรับการแข่งขันหมากฮอสในยุคปัจจุบัน
ควรจะเป็นอย่างไรจึงจะยังประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จัด กรรมการ นักกีฬา และคนดู
ผมจึงมาทบทวนข้อบกพร่องของกติกาการเล่นที่ตนเองเป็นผู้จัดทำไว้
ข้อบกพร่องส่วนที่พอจะนึกออกก็คือตอนนั้นผมยังไม่เคยเข้าแข่งขันระดับประเทศเลย และมีเวลาจัดทำน้อยมาก
กติกาการเล่นจึงยังไม่สมบูรณ์และรัดกุมนัก
เดิมตั้งใจว่าจะทดลองใช้ไปสัก 2-3 ปีแล้วก็จะปรับปรุงใหม่ แต่ผมออกจากวงการไปเสียก่อนเลยไม่ทันได้ทำตามที่คิดไว้

ในทางปฏิบัติจริงแล้ว กติกาการเล่นของชมรมหมากฮอสฯ เป็นที่ยอมรับของสถาบันหลายแห่ง
ซึ่งได้นำไปใช้สืบทอดต่อเนื่องกันมาหลายช่วงจนถึงปัจจุบัน จึงมีการแก้ไขให้เหมาะสมยิ่งขึ้นบ้าง
มีการแก้ไขเพราะไม่เข้าใจความมุ่งหมายเดิมบ้าง มีการผิดเพี้ยนเนื่องจากการพิมพ์บ้าง
แต่เนื้อหาส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิมอยู่
สมาคมกีฬาหมากฮอสก็ได้รับเอากติกาการเล่นที่สืบทอดต่อกันมานี้มาใช้ด้วย
เมื่อผู้พันคำรณในฐานะเลขาธิการสมาคมฯ มีโครงการที่จะปรับปรุง "กฎ กติกา มารยาท" ขึ้นใหม่
ก็ได้นำร่างฉบับใหม่ของผู้พันมาลงในเวบบอร์ด "บ้านป้าอร"
เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่าย ผมจึงได้ทำร่างฉบับปรับปรุงโดยรวมให้ชั้นหนึ่งก่อน
และต่อมาเซียนโย่ง (คุณประเสริฐ ศรีปัญญาวุฒิคุณ) ช่วยทำร่างฉบับปรับปรุงให้อีกชั้นหนึ่ง
ผมจึงบอกยกเลิกร่างฉบับของผมและแนะนำให้อ่านร่างฉบับที่รวมของเซียนโย่งเข้ากับของผมแทน
โดยได้แทรกหมายเหตุความคิดเห็นที่สำคัญของเซียนโย่งและของผมเข้าไปด้วย
เพื่อให้ผู้สนใจได้รับความสะดวกไม่ต้องไปเที่ยวไล่อ่านร่างทุกฉบับ
แต่ต่อมาทั้งเซียนโย่งและผมได้ถอนตัวออกจากการเสนอแนะความคิดเห็น
ผมจึงนำร่างฉบับรวมนี้มาเขียนใหม่ทั้งหมดแบบยกเครื่องเลย
เพื่อให้อยู่ในรูปแบบที่นิยมใช้เขียนมาตรฐานระดับโลกยุคนี้
มีการปรับแก้สำนวนหลายแห่งเพื่อให้เกิดความชัดเจนและรัดกุมยิ่งขึ้น
ผู้เกี่ยวข้องสามารถทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติได้จริง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับ "การทำผิดกติกา" นั้น
แก้ไขเกือบทั้งหมดตามที่เซียนโย่งได้สรุปเป็นข้อเสนอแนะจากประสบการณ์การแข่งขันกว่า 20 ปี
นอกจากนั้นยังได้นำความคิดเห็นที่สำคัญของเซียนโย่งและบางท่านซึ่งช่วยเสนอแนะผ่านเวบบอร์ด
รวมทั้งความคิดเห็นของผมเองด้วย มาทำเป็นประมวลความคิดเห็นไว้
เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องซึ่งรวมถึงผู้ที่จะมารับหน้าที่กรรมการผู้ตัดสิน
สามารถใช้ศึกษาให้เข้าใจแนวคิดอันเป็นที่มาของกติกานี้ต่อไป
บันทึกการเข้า

๛น้ำมนต์๛
Global Moderator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


www.makhos.com


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2009, 22:24:51 »

กติกาการแข่งขันหมากฮอส

กติกานี้ชี้แนะแนวทางแก่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขัน กรรมการผู้ตัดสิน
นักกีฬาผู้ร่วมแข่งขัน และผู้ชมการแข่งขัน เพื่อให้การแข่งขันอยู่ในกรอบที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้
ในการใช้กติกาให้พิจารณาถึงถ้อยคำและความมุ่งหมายพร้อมกันไป โดยมีหลักกว้างๆ ในการพิจารณาว่า

การใดที่กติการะบุให้ทำ ผู้เกี่ยวข้องต้องทำ
การใดที่กติการะบุไม่ให้ทำ ผู้เกี่ยวข้องต้องไม่ทำ
การใดที่กติกามิได้ระบุไว้ ผู้เกี่ยวข้องอาจทำได้

ข้อ 1. ความหมายของหมากฮอส
หมากฮอส เป็นกีฬาหมากกระดานพื้นบ้านของไทย นิยมเล่นกันทั่วไป
เป็นกีฬาที่เล่นกันระหว่างนักกีฬา 2 ฝ่าย โดยการเดินตัวหมากไปมาบนกระดานหมากฮอส
แพ้ชนะต่อกันด้วยการหมดตัวเดิน หมดตาเดิน ยอมแพ้ หรือ ถูกปรับให้แพ้

ข้อ 2. อุปกรณ์การเล่น
2.1 กระดานหมากฮอส เป็นกระดานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตีตารางเป็นรูปจัตุรัสขนาดเท่ากันรวม 64 ตา
ทาสีเข้มและสีอ่อนสลับตากันไปทุกตา ตาสีเข้มทั้ง 32 ตาใช้เป็นตาเดินตัวหมาก
มุมกระดานที่มีตาสีเข้มอยู่เพียงตาเดียวเรียกว่า "มุมเดี่ยว" มุมกระดานที่มีตาสีเข้มอยู่คู่กันสองตาเรียกว่า "มุมคู่"
2.2 ตัวหมาก เป็นรูปทรงกลม แบ่งเป็นสองสี

ข้อ 3. การตั้งกระดานและตัวหมาก ให้นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่ายนั่งหันหน้าเข้าหากัน วางกระดานไว้ตรงกลาง
ให้มุมเดี่ยวอยู่ทางซ้ายมือ มุมคู่อยู่ทางขวามือ เพื่อวางตัวหมากแต่ละสีในตาเดินแถวหลังสุดของทั้งสองฝ่าย
และแถวถัดมา ตาละหนึ่งตัว

ข้อ 4. การเดินหมาก
4.1 การสุ่มเลือกตัวหมาก ให้เตรียมหมากมาสีละตัว ระบุว่าจะให้ฝ่ายถือหมากสีใดเป็นฝ่ายเดินก่อน
หรือเดินหลังทุกกระดาน แล้วให้นักกีฬาสุ่มเลือกตัวหมาก ฝ่ายใดเลือกได้หมากสีอะไร
ให้ใช้หมากสีนั้นเดินในกระดานแรก หลังจากนั้นให้ทั้ง 2 ฝ่ายสลับการถือหมากกันทุกครั้งที่เริ่มแข่งขันกระดานต่อไป
4.2 เบี้ยและฮอส
4.2.1 ตัวหมากที่วางไว้ตามกติกาข้อ 3. เรียกว่า "เบี้ย"
เบี้ยเดินตามแนวทแยงไปข้างหน้าทีละตา และต้องกินหมากของฝ่ายตรงข้ามตามกติกาข้อ 5.1
4.2.2 เมื่อเบี้ยตัวใดตัวหนึ่งเดินไปถึงหรือกินไปตกในตาที่อยู่แถวหลังสุดของฝ่ายตรงข้าม
เบี้ยตัวนั้นจะกลายเป็น "ฮอส"
ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้หมากสีเดียวกันอีกตัวหนึ่งวางซ้อนไว้เป็นสัญลักษณ์
ฮอสสามารถเดินหน้าหรือถอยหลังได้ตามแนวทแยง โดยไม่จำกัดจำนวนตาที่เดิน
เบี้ยที่เพิ่งกลายเป็นฮอสจะเดินหรือกินทันทีไม่ได้ ต้องรอให้ฝ่ายตรงข้ามเดินหรือกินอีกครั้งหนึ่งก่อน
4.3 การจับหมากเดิน ในการแข่งขันแต่ละกระดาน ให้นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย ผลัดกันเดินหมากของตนฝ่ายละครั้ง
โดยให้ถือกฎ "จับตัววางตาย" กล่าวคือ เมื่อนักกีฬาฝ่ายที่จะเดินหมาก
แตะหมากตัวใด ให้จับหมากตัวนั้นเดินโดยไม่ชักช้า ห้ามจับค้างไว้ ห้ามเปลี่ยนไปจับหมากตัวอื่นเดิน
เว้นแต่หมากตัวนั้นไม่มีตาเดิน เมื่อเดินหมากไปแตะตาใด ให้วางในตานั้น ห้ามเปลี่ยนไปวางในตาอื่น
เว้นแต่นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามทักท้วง ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง ว่าเป็นการทำผิดกติกา
ในกรณีที่เดินฮอส เมื่อจับฮอสไปทางทิศใดของแนวทแยง ให้วางลงในตาที่อยู่ทางทิศนั้น ห้ามเปลี่ยนไปทางทิศอื่น
เว้นแต่นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามทักท้วง ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง ว่าเป็นการทำผิดกติกา
4.4 การขอจัดหมาก หลังจากเริ่มการแข่งขันแต่ละกระดาน
หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการขยับตัวหมากในกระดาน เพื่อจัดให้ตรงตามตำแหน่ง ให้ขออนุญาตก่อน
ทั้งนี้การขออนุญาตและการขยับตัวหมากให้ทำในระหว่างที่เป็นช่วงเวลาเดินหมากของตนเองเท่านั้น
4.5 เวลาที่ใช้ในการเดินหมาก
4.5.1 นักกีฬามีเวลาเดินหมากของตนเองครั้งละไม่เกิน 2 นาที โดยกรรมการจะขานบอกเวลา 2 ครั้ง
ครั้งแรกเมื่อเหลือเวลา 30 วินาที และครั้งที่สองเมื่อเหลือเวลา 10 วินาที
4.5.2 การขอเวลาพิเศษ ระหว่างที่กำลังแข่งขันกันแต่ละกระดาน
นักกีฬาแต่ละฝ่ายมีสิทธิ์ขอเวลาพิเศษเพื่อคิดไตร่ตรองได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 5 นาที
โดยแจ้งขอเวลาพิเศษต่อกรรมการก่อนหมดเวลาเดินหมาก
ให้กรรมการขานยืนยันว่ารับทราบคำขอ และจดบันทึกไว้ รวมทั้งขานบอกเวลาเหมือนในกติกาข้อ 4.5.1 ด้วย
4.5.3 การขอเวลานอก หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการขอเวลานอก เพื่อทำกิจธุระที่จำเป็น
เช่น เข้าห้องน้ำ ซื้อหาเครื่องดื่ม ฯลฯ ให้ขออนุญาตก่อน

ข้อ 5. การกินหมาก
5.1 การกินหมาก ให้ถือกฎ "กินได้ต้องกิน" กล่าวคือ เมื่อหมากของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ขวางทางเดินหมากของอีกฝ่ายหนึ่ง และมีตาว่างอยู่ในแนวเดียวกันถัดหมากที่ขวางอยู่
ฝ่ายที่ถูกขวางต้องกินโดยจับหมากของตนเองตัวที่ถูกขวาง ข้ามหมากตัวที่ขวางไปวางในตาว่างนั้น
แล้วยกหมากที่ถูกกินออกจากกระดาน
5.2 การกินหลายต่อ เมื่อเป็นการกินหลายต่อ ฝ่ายกินต้องแสดงการกินให้ชัดเจน โดยกินออกทีละตัว
จนกว่าจะกินต่อไปอีกไม่ได้
5.3 การกินหลายแบบ เมื่อมีโอกาสกินได้หลายแบบ ฝ่ายกินจะเลือกกินแบบใดแบบหนึ่งก็ได้
5.4 การกินได้แต่ไม่กิน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาสกินได้ แต่กลับเดินหมากโดยไม่กิน
อีกฝ่ายหนึ่งจะทักท้วงให้กิน ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง หรือจะปล่อยเลยตามเลยก็ได้
โดยกรรมการไม่มีสิทธิ์เตือนให้กิน

ข้อ 6. การทำผิดกติกา
ในทุกกรณีดังต่อไปนี้ ให้การตัดสินของกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด
6.1 หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังไม่เดินหมาก เมื่อหมดเวลาเดินหมากตามกติกาข้อ 4.5.1
หรือ 4.5.2 แล้ว ให้ถูกปรับให้แพ้ในกระดานนั้น
6.2 หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการดังต่อไปนี้
ไม่ทำตามคำทักท้วงของนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามซึ่งทักท้วงอย่างถูกต้องตามกติกาข้อ 4. หรือข้อ 5.
เดินหมากนอกแนวทแยง กินหมากนอกแนวทแยง เดินเบี้ยข้ามตา กินหมากไปวางข้ามตา
เดินหมากอยู่กับที่ เดินเบี้ยถอยหลัง จงใจเอาตัวหมากออกไป จงใจเอาตัวหมากเพิ่มเข้ามา
จงใจทำให้ตัวหมากเคลื่อนจากตาที่ตั้ง ใช้คำชี้แนะของผู้อื่น ใช้กระดานทดลองเดิน
ใช้ตำราหมากฮอส ใช้เอกสารเกี่ยวกับหมากฮอส ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับหมากฮอส อย่างใดอย่างหนึ่ง
ให้ถือว่าเจตนาทำผิดกติกาอย่างชัดแจ้ง ถ้านักกีฬาฝ่ายตรงข้ามฟ้องต่อกรรมการ
ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง หรือไม่ได้ฟ้องแต่กรรมการเห็น ให้ถูกปรับให้แพ้ในกระดานนั้น
หากทำความผิดเดิมซ้ำอีกครั้ง ให้ถูกปรับให้แพ้ในการแข่งขันคู่นั้น
6.3 หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขออนุญาตเข้าห้องน้ำ หรือไปทำกิจธุระใดๆ แล้วทำการดังต่อไปนี้
ใช้คำชี้แนะของผู้อื่น ใช้กระดานทดลองเดิน ใช้ตำราหมากฮอส ใช้เอกสารเกี่ยวกับหมากฮอส
ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับหมากฮอส อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้ถือว่าเจตนาทำผิดกติกาอย่างชัดแจ้ง
ถ้านักกีฬาฝ่ายตรงข้ามฟ้องต่อกรรมการ ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง หรือไม่ได้ฟ้องแต่กรรมการเห็น
ให้ถูกปรับให้แพ้ในกระดานนั้น หากทำความผิดเดิมซ้ำอีกครั้ง ให้ถูกปรับให้แพ้ในการแข่งขันคู่นั้น
6.4 หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการดังต่อไปนี้ ทำผิดกติกาเรื่องใดเรื่องหนึ่งซ้ำอีก
ถึงแม้กรรมการเคยบอกให้ทราบกติกาเรื่องนั้นแล้ว เดินหมากสองครั้งซ้อน
ยื่นมือเข้ามาในกระดานขณะที่ยังไม่เดิน ส่งเสียงรบกวนสมาธิ อย่างใดอย่างหนึ่ง
และนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามได้ทักท้วงและฟ้องต่อกรรมการ ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง
ให้กรรมการเตือนพร้อมทั้งจดบันทึกไว้ หากกรรมการเตือนเรื่องเดียวกันถึง 3 ครั้ง
นับตั้งแต่เริ่มแข่งขันกระดานแรก ให้ถูกปรับให้แพ้ในการแข่งขันคู่นั้น

ข้อ 7. การแพ้ชนะ
ผลการแข่งขันจะเป็นแพ้ชนะ เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
7.1 ฝ่ายแพ้หมดตัวเดิน
7.2 ฝ่ายแพ้หมดตาเดิน
7.3 ฝ่ายแพ้ยอมแพ้
7.4 ฝ่ายแพ้ถูกปรับให้แพ้ ตามกติกาข้อ 6.
7.5 ฝ่ายแพ้ถูกปรับให้แพ้ ในกระดานที่แข่งขัน เนื่องจากมาแข่งขันช้ากว่าเวลาที่กำหนด 20 นาที
เว้นแต่ นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามและคณะกรรมการจัดการแข่งขันยินยอม
7.6 ฝ่ายแพ้ถูกปรับให้แพ้ ในรายการที่แข่งขันในวันนั้นๆ เนื่องจากมาแข่งขันช้ากว่าเวลาที่กำหนด 60 นาที

ข้อ 8. การเสมอ
ผลแข่งขันจะเป็นเสมอ เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
8.1 การแข่งขันยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่ายสมยอมกันให้เป็นเสมอ
8.2 นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย เดินฮอส "ล้อเลียน" กันไปมาในตำแหน่งและจังหวะเดิมๆ ถึง 3 ครั้ง
8.3 นักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถขอจำกัดจำนวนครั้งที่จะเดินเพื่อให้ยุติการแข่งขันได้
หากกรรมการเห็นชอบ จะกำหนดให้นักกีฬาฝ่ายที่ร้องขอเป็นผู้นับการเดินหมากของตนแต่ละครั้ง
และกรรมการจดบันทึกไว้ เมื่อนับครบ 16 ครั้งแล้ว หากปรากฏว่ายังไม่มีการเดินเบี้ยหรือการกิน
ให้ถือว่าหมากกระดานนั้นเสมอกัน แต่หากมีการเดินเบี้ยหรือการกินก่อนนับถึง 16 ครั้ง
ให้เลิกนับและแข่งขันต่อไปจนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ
8.4 ในกรณีที่นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่าย เดินฮอส "วนเวียน" เปลี่ยนตำแหน่งไปมาเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว
โดยไม่มีการเดินเบี้ยหรือการกิน อีกทั้งไม่มีนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขอจำกัดจำนวนครั้งที่จะเดิน
เพื่อให้ยุติการแข่งขันได้ ให้กรรมการมีสิทธิ์นับการเดินหมากของทั้ง 2 ฝ่ายและจดบันทึกไว้ทุกครั้ง
เมื่อนับได้รวม 16 ครั้งแล้ว หากปรากฏว่ายังไม่มีการเดินเบี้ยหรือการกิน ให้ถือว่าหมากกระดานนั้นเสมอกัน
แต่หากมีการเดินเบี้ยหรือการกินก่อนนับถึง 16 ครั้ง ให้เลิกนับและแข่งขันต่อไปจนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ

ข้อ 9. การขอเปลี่ยนตัวกรรมการ
นักกีฬาผู้เข้าร่วมแข่งขัน มีสิทธิ์ขอเปลี่ยนตัวกรรมการได้เมื่อมีเหตุผลอันสมควร
โดยให้ร้องขอต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน การตัดสินของคณะกรรมการจัดการแข่งขันถือเป็นที่สิ้นสุด

ข้อ 10. การเปลี่ยนแปลงกติกา
คณะกรรมการจัดการแข่งขันมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงกติกา สำหรับการแข่งขันแต่ละครั้ง
โดยต้องแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบก่อนเริ่มการแข่งขัน

ข้อ 11. กติกาอื่นๆ สำหรับผู้เกี่ยวข้อง
11.1 นักกีฬาผู้เข้าร่วมแข่งขัน ต้อง
11.1.1 แต่งกายเรียบร้อยแบบสุภาพชน
11.1.2 ทำตนเป็นนักกีฬาที่ดี กล่าวคือ ไม่แสดงกิริยาวาจา ดูถูก เสียดสี ล้อเลียน
ก่อกวน ยั่วยุอารมณ์ หรือทำลายสมาธินักกีฬาผู้ร่วมแข่งขัน เป็นต้น
11.1.3 ทำตามคำทักท้วงของนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามและคำเตือนของกรรมการ
ซึ่งทักท้วงหรือเตือนอย่างถูกต้องตามกติกา
11.1.4 ร่วมมือทำตามคำขอร้องของกรรมการ ซึ่งขอร้องให้ทำ
เพื่อควบคุมการแข่งขันให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามกติกา
11.1.5 ไม่สูบบุหรี่ ดื่มหรือเสพของมึนเมาทุกประเภท ในบริเวณสถานที่แข่งขัน
11.2 กรรมการผู้ตัดสิน ต้อง
11.2.1 ไม่ร่วมแข่งขันในรายการที่ตนเป็นกรรมการอยู่ด้วย
11.2.2 ควบคุมการแข่งขันให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามกติกา
11.2.3 รายงานให้คณะกรรมการจัดการแข่งขันทราบ
ทันทีที่พบปัญหาซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของตนหรือไม่อยู่ในวิสัยที่ตนจะควบคุมได้
11.3 ผู้ชมการแข่งขัน ต้อง
11.3.1 แต่งกายเรียบร้อยแบบสุภาพชน
11.3.2 ทำตนเป็นผู้ชมที่ดี กล่าวคือ ไม่แสดงกิริยาวาจา ดูถูก เสียดสี ล้อเลียน
ก่อกวน ยั่วยุอารมณ์ หรือทำลายสมาธินักกีฬาผู้ร่วมแข่งขัน เป็นต้น
11.3.3 ไม่วิจารณ์หรือชี้แนะการเดินหมากให้แก่นักกีฬาที่กำลังแข่งขัน
อีกทั้งไม่วิจารณ์การตัดสินของกรรมการที่กำลังทำหน้าที่
11.3.4 ร่วมมือทำตามคำขอร้องของกรรมการ
ซึ่งขอร้องให้ทำเพื่อควบคุมการแข่งขันให้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
โปร่งใส และเป็นไปตามกติกา
11.5 คณะกรรมการจัดการแข่งขัน มีหน้าที่
11.5.1 กำหนดสถานที่แข่งขัน เวลาแข่งขัน สายการแข่งขัน คู่นักกีฬาที่จะแข่งขันกัน
และกรรมการสำหรับแต่ละคู่ เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าการแข่งขันจะดำเนินไปอย่างเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นไปตามกติกา ทั้งนี้ให้คำนึงถึงสุขภาพและสวัสดิภาพของนักกีฬาเป็นสำคัญด้วย
11.5.2 เป็นผู้ชี้ขาดสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งที่ได้ระบุหรือมิได้ระบุไว้ในกติกา
และเป็นกรณีที่อาจทำให้เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยหรือข้อขัดแย้งในการแข่งขัน
ให้ถือคำชี้ขาดของคณะกรรมการจัดการแข่งขันเป็นข้อยุติ

บันทึกการเข้า

๛น้ำมนต์๛
Global Moderator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


www.makhos.com


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2009, 22:30:52 »

ประมวลความคิดเห็นเกี่ยวกับกติกา

จากคำขึ้นต้น ก่อนข้อ 1

ข้อโต้แย้ง
ไม่น่ามีข้อความต่อไปนี้ เพราะทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าเป็นกฎหมาย เกรงว่าอาจทำให้กรรมการเข้มงวดจนเกินควร
"โดยมีหลักกว้างๆ ในการพิจารณาว่า

การใดที่กติการะบุให้ทำ ผู้เกี่ยวข้องต้องทำ
การใดที่กติการะบุไม่ให้ทำ ผู้เกี่ยวข้องต้องไม่ทำ
การใดที่กติกามิได้ระบุไว้ ผู้เกี่ยวข้องอาจทำได้"

คำอธิบายของสุกิจ
ข้อความนี้จะมีไว้หรือตัดออกไป ก็ไม่ทำให้ผลการบังคับใช้กติกาเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
เพราะผู้เกี่ยวข้องยังต้องใช้กติกาเป็นแนวทางอยู่ดี
ที่ใส่ไว้ก็เพราะอยากเน้นให้เข้าใจถึงวิธีใช้กติกาให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น
เป็นการตัดปัญหาที่กรรมการหรือนักกีฬาอาจคิดไปเองนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในกติกา

สรุปง่ายๆ ก็คือกรรมการต้องใช้กติกาด้วยความเข้าใจ
อย่าใช้ในลักษณะที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาวงการหมากฮอส
ในขณะแข่งขันหากมีนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจยังไม่ทราบกติกาสำคัญบางเรื่อง
กรรมการควรบอกให้ทราบทันที เป็นการป้องกันก่อนเกิดปัญหา
ในที่นี้ขอยกตัวอย่างวิธีใช้กติกาสักเล็กน้อยดังนี้

จากข้อ 4.2.2 "เมื่อเบี้ยตัวใดตัวหนึ่งเดินไปถึงหรือกินไปตกในตาที่อยู่แถวหลังสุดของฝ่ายตรงข้าม
เบี้ยตัวนั้นจะกลายเป็น "ฮอส" ให้ฝ่ายตรงข้ามใช้หมากสีเดียวกันอีกตัวหนึ่งวางซ้อนไว้เป็นสัญลักษณ์"
ข้อความนี้หมายความว่า เรื่องการใช้หมากสองตัววางซ้อนกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของฮอสนั้น
- ต้องใช้หมากสีเดียวกัน จะใช้หมากคนละสีไม่ได้
- ต้องให้นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เติมฮอสให้ ฝ่ายที่เพิ่งเข้าฮอสจะเติมเองไม่ได้
กรรมการก็ช่วยเติมให้ไม่ได้

จากข้อ 5.4 "การกินได้แต่ไม่กิน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาสกินได้ แต่กลับเดินหมากโดยไม่กิน
อีกฝ่ายหนึ่งจะทักท้วงให้กินหรือจะปล่อยเลยตามเลยก็ได้ โดยกรรมการไม่มีสิทธิ์เตือนให้กิน"
ข้อความนี้หมายความว่า เรื่องการกินได้แต่ไม่กินนั้น
- ต้องให้นักกีฬาฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ทักท้วงเอง หากเขาต้องการทักท้วง คนอื่นจะไปทักท้วงหรือเตือนไม่ได้
- เน้นเพิ่มเติมไว้เป็นพิเศษด้วยว่าห้ามกรรมการเตือนให้กิน เพราะเกรงว่ากรรมการจะเผลอไปเตือนเข้า
- ไม่ได้ห้ามกรรมการบอกให้รู้ ดังนั้นกรรมการก็สามารถบอกนักกีฬาได้ว่า "การกินได้แต่ไม่กินเช่นนี้ผิดกติกา"
และหากนักกีฬาฝ่ายเดิมยังทำผิดกติกาเรื่องนี้ซ้ำอีก กรรมการย่อมมีสิทธิ์ตัดสินลงโทษว่าทำผิดกติกาข้อ 6.4 "
หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการดังต่อไปนี้ ทำผิดกติกาเรื่องใดเรื่องหนึ่งซ้ำอีก
ถึงแม้กรรมการเคยบอกให้ทราบกติกาเรื่องนั้นแล้ว Huh?Huh??และนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามได้ทักท้วง
และฟ้องต่อกรรมการ ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง ให้กรรมการเตือนพร้อมทั้งจดบันทึกไว้
หากกรรมการเตือนเรื่องเดียวกันถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่เริ่มแข่งขันกระดานแรก
ให้ถูกปรับให้แพ้ในการแข่งขันคู่นั้น"

จากข้อ 4.1 "การสุ่มเลือกตัวหมาก ให้เตรียมหมากมาสีละตัว
ระบุว่าจะให้ฝ่ายถือหมากสีใดเป็นฝ่ายเดินก่อนหรือเดินหลังทุกกระดาน
แล้วให้นักกีฬาทั้ง 2 ฝ่ายสุ่มเลือก ฝ่ายใดเลือกได้หมากสีอะไร ให้ใช้หมากสีนั้นเดินในกระดานแรก
หลังจากนั้นให้ทั้งสองฝ่ายสลับการถือหมากกันทุกครั้งที่เริ่มแข่งขันกระดานต่อไป"
ข้อความนี้หมายความว่า เรื่องการหาผู้เดินก่อนเดินหลังนั้น
- ต้องใช้วิธีสุ่มเลือกตัวหมาก จะไปใช้วิธีอื่นเสี่ยงทาย เช่น โยนเหรียญ เป่ายิ้งฉุบ หรือจับสลากไม่ได้
- การเตรียมหมากมาสีละตัว ไม่ได้ระบุไว้ว่าให้ใครทำ นั่นคือจะเป็นกรรมการทำก็ได้ หรือเป็นนักกีฬาทำก็ได้

จากข้อ 1.
คำอธิบายของสุกิจ
- คนทั่วไปมักจะนึกไม่ถึงว่าหมากฮอสก็เป็นกีฬาอย่างหนึ่ง จึงได้ระบุให้ชัดเจนลงไปเลยว่า
"หมากฮอส เป็นกีฬาหมากกระดานพื้นบ้านของไทย" เพื่อโน้มน้าวให้คนทั่วไปยอมรับได้โดยไม่ขัดต่อความรู้สึก
คือยอมรับว่าหมากฮอสเป็นหมากกระดานอย่างหนึ่ง และยอมรับต่อไปอีกว่าหมากกระดานหลายอย่างเป็นกีฬา
- "เป็นกีฬาที่เล่นกันระหว่างนักกีฬา 2 ฝ่าย" หมายความว่า จะเล่นกันตัวต่อตัวก็ได้ หรือจะเล่นกันเป็นทีมก็ได้

จากข้อ 2.1
ข้อเสนอแนะของสุกิจ
- "ตา" ควรมีขนาดประมาณ 4.5 ซม.
- สีที่ใช้ทากระดานหมากฮอส ควรเป็นสีไม่สะท้อนแสง
เพราะสีที่สะท้อนแสงได้มากจะทำให้นักกีฬาที่เล่นต่อเนื่องนานๆ สายตาเสีย
- ชมรมหมากฮอสฯ เคยใช้สีเข้มเป็นสีฟ้าโทนใกล้เคียงกับสีของท่อน้ำประปาพีวีซี
และสีอ่อนเป็นสีน้ำตาลจางๆ พบว่าเหมาะกับตัวหมากสีดำและสีขาวมาก
- ถ้าจะใส่ตัวเลขกำกับตาเดิน เพื่อให้สะดวกต่อการบันทึกแต้ม ควรใช้เลข 1, 2, 3, ??, 32
โดยใส่เลข 1 ลงในตาเดินตาบนสุดซ้ายสุด แล้วใส่เลขอื่นๆ เรียงลำดับจากซ้ายไปขวา
และจากบนลงล่างจนครบทุกตาเดิน
- ตัวเลขนี้ควรมีขนาดไม่เล็กเกินไปเพราะจะอ่านได้ยาก และไม่ใหญ่เกินไป
เพราะจะถูกตัวหมากบัง ส่วนสูงประมาณ 0.5 ซม. น่าจะเหมาะที่สุด
ใส่ไว้ที่มุมล่างซ้ายของตาเดิน เพราะคนส่วนมากถนัดขวา มือจะได้ไม่ไปบังตัวเลขตอนจับตัวหมากเดิน
- ถ้าเป็นไปได้ควรพิจารณาการตั้งกระดานกลับหัว แล้วใส่ตัวเลข 1-32
เริ่มจากตาเดินตาบนสุดซ้ายสุดเหมือนเดิมด้วย เพราะจะสะดวกต่อการบันทึกแต้ม
โดยให้ฝั่งเลข 1 หรือฝั่งเลข 32 เดินก่อนทุกครั้ง
แต่ยังไม่ทราบเหมือนกันว่าจะทำให้คนจดสับสนหรือไม่
คงจะต้องทำกระดานตัวอย่างมาทดลองปฏิบัติจริงกันก่อน
- ในการแข่งขันนัดสำคัญ ถ้าสามารถเตรียมกระดานและตัวหมากสำหรับผู้เข้าแข่งขันทุกคู่
ู่ให้เหมือนกันทั้งหมดได้ก็จะดีมาก เพราะทุกคู่จะมีโอกาสแข่งในสภาพที่เหมือนกันจริงๆ

จากข้อ 2.2
ข้อเสนอแนะของสุกิจ
ตัวหมากควรใช้สีดำและสีขาว เพราะเวลาเอาแต้มที่บันทึกไว้ไปพิมพ์เป็นหนังสือ คนอ่านจะได้ไม่สับสน
-ตัวหมากควรมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3.0 ซม. และสูงประมาณ 0.4 ซม.
ถ้าเป็นไปได้ ควรให้ทั้งสองหน้าของหมากแต่ละตัวมีลักษณะเหมือนกัน
เพราะพอวางลงบนกระดานหมากฮอสแล้วจะได้แลกลมกลืนกันไปทั้งหมด
ไม่ทำให้รู้สึกสะดุดหรือสับสน

จากข้อ 4.1
คำอธิบายของอาจารย์เลื่อน
หมากฮอสน่าจะใช้การเสี่ยงทายที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเองเช่นนี้ ไม่ควรใช้วิธีอื่น
เช่น โยนเหรียญหรือทำมือเป่ายิ้งฉุบ

คำอธิบายของสุกิจ

- กติกาข้อนี้เขียนไว้ให้ยืดหยุ่นสำหรับการปฏิบัติจริง เพราะจะให้กรรมการใช้สองมือแยกกำตัวหมากให้นักกีฬาเลือก
หรือให้นักกีฬาฝ่ายหนึ่งเป็นผู้กำตัวหมาก แล้วอีกฝ่ายหนึ่งเลือก ก็ไม่ผิดกติกาทั้งนั้น
- การกำหนดสีหมากที่เดินก่อนหรือเดินหลังทุกกระดาน ช่วยให้นักกีฬา ผู้จดบันทึกแต้ม
และผู้ชมการแข่งขันไม่สับสน

จากข้อ 4.2.2
คำอธิบายของอาจารย์เลื่อน

- การเติมฮอสให้แก่เบี้ยฝ่ายตรงข้ามที่สามารถบุกเข้ามาถึงแถวหลังสุด
ถือเป็นการให้เกียรติคล้ายกับสวมมงกุฎให้
- การเติมฮอสให้แก่เบี้ยฝ่ายตรงข้าม ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายไม่หลงลืมไปว่าเบี้ยตัวนั้นกลายเป็นฮอสแล้ว
ดังที่เคยมีคนเผอเรอจนอ่านแต้มหมากผิดพลาดไป

จากข้อ 4.3
คำอธิบายของอาจารย์เลื่อน

- การเล่นหมากฮอสนั้น ต้องคิดให้เสร็จก่อน แล้วค่อยจับตัวหมากเดินตามที่คิดไว้
ไม่ใช่จับตัวหมากไว้ก่อน แล้วค่อยมาคิดว่าจะเดินไปตาไหน
- "จับตัววางตาย" เป็นสำนวนไทยเก่าแก่มาก เมื่อมีการเขียนกติกาเป็นลายลักษณ์อักษร
ก็อยากให้คงสำนวนนี้ไว้
- เรื่องที่ "นักพนันหมากฮอส" ชิงไหวชิงพริบกันบ่อยที่สุดตอนจับหมากเดินก็คือ
ฝ่ายหนึ่งอ้างว่า (1) "มือแค่แตะหมากตัวนี้ แต่ยังไม่ได้จับ ดังนั้นย่อมมีสิทธิ์เปลี่ยนไปจับตัวอื่นเดิน"
และ (2) "ตัวหมากแค่แตะกระดานตานี้ แต่ยังไม่ได้ปล่อยมือ ดังนั้นย่อมมีสิทธิ์เปลี่ยนไปวางตาอื่น"
อีกฝ่ายหนึ่งก็แย้งว่า (1) "มือแตะตัวหมากตั้งนาน ต้องถือว่าจับแล้ว"
และ (2) "ตัวหมากแตะกระดานตั้งนาน ต้องถือว่าวางแล้ว" แล้วก็เถียงกันหน้าดำหน้าแดงว่า
"นานหรือไม่นาน" เมื่อเราเขียนกติกาสำหรับ "นักกีฬาหมากฮอส" ก็ควรป้องกันมิให้เกิดข้อถกเถียงนี้

ข้อโต้แย้งของเซียนโย่ง

- ปัญหาที่ถกเถียงบ่อยสุด จะเป็นเรื่องของ คำว่า "จับตัววางตาย" ผมเองก็ยังสับสนเช่นกัน
ตามความเข้าใจของคนส่วนใหญ่และการเล่นเดิมพัน จะยึดถือการปล่อยมือเป็นสำคัญ
ร่างกติกาในปัจจุบันถือว่าการเดินแตะถูกช่องหรือตา ก็เป็นการปล่อยมือแล้วคือวางตายแล้วนั่นเอง
ข้อนี้ควรดูกติกาหมากรุกไทย และ หมากรุกสากล เปรียบเทียบด้วยว่า เป็นแนวทางกันเดียวหรือไม
่ แตะตาแต่ยังไม่ปล่อยมือได้หรือไม่
ถ้าแต่ละกติกาเป็นแนวทางเดียวกัน หมากฮอสก็ควรเป็นแนวทางนั้น
เพื่อผู้เล่นที่แข่งขันกีฬาทั้งหมากฮอส หมากรุกไทย สากล จะได้ไม่สับสน
เมื่อได้ข้อสรุปแล้วก็ชี้แจงให้ชัดเจน เพื่อทุกคนจะได้ปฎิบัติได้ถูกต้อง
เรื่องการเดินเปลี่ยนทิศทางก็เช่นกัน อยากให้ดูของหมากรุกไทย และสากล ด้วยว่าเป็นอย่างไร
- ตามความเห็นของผมนั้น ควรยึดถือการปล่อยมือเท่านั้น ไม่ยึดถือการแตะตา ด้วยเหตุผลว่า
บางคนเดินหมากใช้วิธีเข็นหรือลากไปตามกระดาน ทั้งหมากรุกและหมากฮอส
หมากรุกก็เดินเรือขูดกระดานไปถึงตาที่ตนต้องการ
หมากฮอสก็ลากขูดกระดานเช่นกัน
หากถือการแตะโดยที่ยังไม่ปล่อยมือเป็นการวางแล้ว
ทั้งหมากรุกและหมากฮอสก็คงต้องถือตาแรกที่ลากไปโดนก่อนเป็นตาวางแล้ว
และหากยึดถือการปล่อยมือเป็นสำคัญ การเดินเปลี่ยนทิศทางต่างๆ ก็สามารถกระทำได้
คำอธิบายของสุกิจ
- ในการเล่นเดิมพัน ยังมีนักหมากฮอสจำนวนไม่น้อยเหมือนกันที่ถือหลักว่า
เมื่อเขาเดินหมากไปยังตาใดตามที่คิดไว้แล้ว แม้จะเพิ่งมองเห็นว่าการวางลงในตานั้นไม่ดีเหมือนที่คิดไว้
เขาก็ยังคงปล่อยมือวางลงในตานั้นอยู่นั่นเอง
นั่นคือไม่ใช่ว่าจะมีแต่คนที่เปลี่ยนใจเอาหมากไปวางตาอื่นเท่านั้น
- กติกานี้ควรมีส่วนช่วยยกระดับของผู้เข้าร่วมแข่งขัน จาก "นักพนันหมากฮอส" มาเป็น "นักกีฬาหมากฮอส"
เพื่อเป็นการยกระดับของวงการโดยรวม ดังนั้นใครที่เคยเล่นเดิมพัน เมื่อมาเข้าร่วมแข่งขันก็อาจจะต้องปรับตัวกันบ้าง
- นักกีฬาที่เล่นกีฬาหลายอย่าง ย่อมจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับกติกาของกีฬาแต่ละอย่างด้วย
การเดินฮอสลากขูดกระดาน เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ
เพราะหมากฮอสกินโดยการยกข้าม ไม่เหมือนหมากรุกที่กินโดยการเข้าแทนที่

คำอธิบายของอาจารย์เลื่อน

การจับฮอสเตรียมไปวางในตาใดตาหนึ่ง พอจะวางฮอสลงไปจริง เกิดเห็นว่าตานั้นไม่ดีเหมือนที่คิดไว้
เลยเปลี่ยนทิศทางไปวางในตาอื่น อย่างนี้เป็นการคิดใหม่หลังจากจับตัวหมากแล้ว
และถือว่าเป็นการ "ใช้กระดานทดลองเดิน" ด้วย

ข้อโต้แย้งของเซียนโย่ง

ในกรณีที่จับฮอสและฮอสมีตาวางได้หลายตา การเดินฮอสไปทางซ้ายโดยที่ยังไม่ได้วาง
แล้วเปลี่ยนไปวางทางขวา หรือเดินไปไกลเกือบสุดกระดานแต่วางใกล้ๆ ให้กระทำได้
แต่ห้ามยกเวียนไปเวียนมาซ้ำๆ (เบี้ยก็เช่นกันแต่มีแค่ซ้ายกับขวา) เหตุผลเพราะเคยมีการถกเถียงกัน
เมื่อยึดหลักจับตัววางตายแล้ว ก็ไม่น่าจะผิด และก็ไม่ได้เป็นการโกงหรือตุกติก
แต่เป็นอาการชะงัก หรือลังเลที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะวางตาไหน
จึงควรให้กระทำได้เพื่อตัดปัญหาข้อถกเถียงให้หมดสิ้น
เพราะไม่เช่นนั้นแล้วจะมีปัญหาถกเถียงตามมาได้เช่น
- ยกฮอสขึ้นสูงร่วมศอก หรือยกไปไกลแล้วชักกลับเร็วมาก
เช่นฮอสอยู่ตาที่ 29 ทำท่าจะไปวางประมาณตาที่ 11 8 หรือ 4 แต่กลับมาวางตาที่ 22 จะได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้จะบังคับให้วางตาไหน
แล้วถ้าอีกฝ่ายอยากให้วางตาที่ 18 บอกกรรมการให้บังคับวางตาที่ 18 จะได้หรือไม่
- ยกฮอสขึ้นมาปุ๊บ อีกฝ่ายรีบพูดว่า "ผมเห็นมาทางซ้ายแล้วนะ"
คนยกฮอสก็เถียงว่า "ผมเอียงจะไปทางขวานะ"
กรรมการไม่ทันเห็น คราวนี้ก็เถียงกันยาว ฝ่ายทักท้วงอาจใช้วิชามาร
โมเมพูดดักทางไม่ให้อีกฝ่ายไปทางขวาก็เป็นได้
ลำบากกรรมการที่จับเวลาไปด้วยหรือจดแต้มไปด้วย ต้องมามองตาไม่กระพริบว่า
ฮอสจะเอียงไปทางไหน กรณีเบี้ยก็เช่นเดียวกัน
- หลายๆคนคงเคยเดินไซด์โค้ง เพื่อกระเซ้าเย้าแหย่อีกฝ่าย
หรือคนดูให้สนุกสนาน(สนุกสนานนะครับไม่ใช่ยั่วยุ)
เช่นเบี้ยอยู่ตาที่ 22 ไปได้สองทางคือ ตาที่ 25 และ 26
ถ้าไปตาที่ 25 จะถูกกินสองต่อ ถ้าไปตาที่ 26 ก็จะเสมอกัน
เดินไซด์โค้งคือทำท่าจะไปตาที่ 25 แต่โค้งไปวางตาที่ 26 เป็นการหลอกให้คู่ต่อสู้ดีใจเล่น
ใครต่อใครหลายคนก็เคยเดินแบบนี้ (กับคนที่รู้จัก รู้นิสัยใจคอกันนะครับ กับคนที่ไม่รู้จักก็ไม่กล้า
กลัวมีเรื่องถกเถียง) เกมนั้นก็เสมอกันไป รู้ว่าแหย่กันเล่น
เมื่อยึดหลัก "จับตัววางตาย" ยังไม่ปล่อยมือก็ถือว่าไม่ผิดกติกา ไม่ได้ติดใจอะไร
กล่าวคือการเดินในลักษณะดังกล่าว จะพบเห็นได้ในคู่ที่พอรู้จักสนิทสนมกันเท่านั้น

- ปัญหาที่พบเห็นมีอยู่ 2 กรณี
กรณีแรก เช่นไปทางซ้ายแล้วย้ายไปทางขวาโดยเร็ว แล้วรีบปล่อยมือวาง ก็คงไม่มีปัญหามากนัก
ไม่ได้ยกฮอสค้างนานหรือเอากลับที่เดิม
กรณีที่สอง ยกแล้วลังเล ไม่ปล่อยมือ จะมีปัญหาให้ขบคิดหน่อย
โดยปกติแล้วผู้เล่นที่ลังเลยังหาตาวางไม่ได้ มักจะเอาฮอสกลับมาวางที่เดิม
แต่จะกุมฮอสไว้ไม่ปล่อยมือ เพื่ออ่านหมากต่ออีกเล็กน้อยแล้วเดิน
เพราะยกค้างนานอาจถูกกรรมการเตือน
เช่นนี้จะเข้าข่ายว่าเจตนาเดินอยู่กับที่หรือไม่ ตอบได้ไม่ยากเลย
ยิ่งถ้ามีนาฬิกากดจะยิ่งดูเจตนาได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น

> เอาฮอสวางที่เดิม แล้วกดนาฬิกา แปลว่า เจตนาโกงเดินอยู่กับที่แล้ว
> เอาฮอสวางที่เดิม เตรียมจะเดินต่อ ไม่ได้กดนาฬิกา ไม่ได้เจตนาเดินอยู่กับที่
กรณีไม่มีนาฬิกากด
> เอาฮอสวางที่เดิม ยังตั้งท่าจะเดินต่อ ไม่มีเจตนาเดินอยู่กับที่
> เอาฮอสวางที่เดิม แล้วนั่งเฉยๆทำไมรู้ไม่ชี้ เหมือนคอยอีกฝ่ายเดิน เจตนาโกงเดินอยู่กับที่

คำอธิบายของสุกิจ
-หมากกระดานบางอย่าง ตอนเริ่มเล่นกระดานจะว่างอยู่ แล้วค่อยมีการทยอยวางตัวหมากลงไป
ในระหว่างที่นักกีฬาใช้ความคิด มักถือตัวหมากเตรียมไว้ในมือ โดยยกมือค่อนข้างสูง
เพราะถ้ายกมือต่ำจะไปบังสายตาตัวเองให้มองเห็นกระดานไม่ถนัด
เมื่อคิดเสร็จค่อยวางตัวหมากที่ถือไว้นั้นลงไปบนกระดาน
แต่หมากฮอสนั้นตอนเริ่มเล่นก็มีตัวหมากวางอยู่บนกระดานแล้ว ตอนเดินหมากจึงไม่จำเป็นต้องยกขึ้นสูง
- การเดินฮอสโดยยกไปไกลแล้วชักกลับนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น
เพราะถ้าคิดให้เสร็จก่อนแล้วค่อยเดิน ย่อมสามารถวางฮอสลงในตาที่ตั้งใจไว้ได้เลย
- เมื่อกติกาเขียนไว้อย่างนี้ นักกีฬาบางคนอาจจะต้องปรับตัวกันบ้าง คืออย่ายกตัวหมากขึ้นสูงนัก
และควรยกจากตาเดิมไปยังตาที่จะวางลงโดยตรง ก็จะไม่มีปัญหาแน่นอน
ส่วนการกระเซ้าเย้าแหย่กันนั้น ย่อมสามารถทำได้แต่พอควร อย่าให้ถึงกับเลยเถิดจนเกินไป
เพราะอาจเกิดปัญหาขึ้นได้

ข้อโต้แย้ง
การจับตัวหมากที่ไม่มีตาเดิน ควรถือเป็นการทำผิดกติกาด้วย
เพราะน่าจะดูให้ดีเสียก่อนที่จะเอื้อมมือเข้าไปจับ

คำอธิบายของสุกิจ
ถ้าถืออย่างนั้นออกจะตึงเกินไป บางครั้งนักกีฬาอาจจับตัวผิดเพราะความเผอเรอหรืออ่อนล้าก็เป็นได้
เพราะการจับตัวผิดเช่นนี้ไม่มีประโยชน์อันใดต่อผู้จับ
แต่ถ้าจับตัวผิดบ่อยครั้ง กรรมการควรสังเกตว่าเป็นเพราะเหตุใด
เช่น นักกีฬาอ่อนล้าจนหมดสภาพ นักกีฬาจงใจหยอกเย้าฝ่ายตรงข้ามจนเกินควร ฯลฯ

จากข้อ 4.4

ข้อโต้แย้งของเซียนโย่ง
เรื่องวิชามารเช่นขอจัดหมากขณะอีกฝ่ายกำลังคิดมีมานานแล้ว
แต่หากหมากเบี้ยวมากๆ เช่นวางกั๊กทับเส้น ก็ควรอนุโลมให้อีกฝ่ายจัดได้ตามความจำเป็น
เพราะถึงไม่ใช่จังหวะที่เขาเป็นฝ่ายเดิน แต่เขาก็มีสิทธิ์คิดหมากล่วงหน้าไว้ก่อนได้เช่นกัน
หากหมากเบี้ยวมากหรือมีเศษใบไม้เกะกะบนกระดาน บางทีก็รบกวนสมาธิการคิดไปมาก
กรรมการควรดูด้วยว่า ผู้เล่นมีเจตนาจะรวบกวนสมาธิคู่ต่อสู้หรือไม่

- ตัวอย่างที่ 1 เบี้ยดำอยู่ตาที่ 1,2,3,5,6,10,11,15
เบี้ยขาวอยู่ตาที่ 21,22,23,24, 27,30,31,32
เป็นจังหวะดำเดิน

สมมุติว่า เบี้ยตาที่ 11 กั๊กเส้น ฝ่ายดำเอามือแตะให้ตรงตา แต่ลืมพูดว่าขอจัดหมาก
แล้วก็เดินเบี้ยตาที่ 5 ฝ่ายขาวทักท้วงว่าจับเบี้ยตาที่ 11 แล้วต้องเดินเบี้ยตาที่ 11 (เดินปุ๊บก็แพ้เลย)
กรรมการควรเคร่งครัดตัดสินให้เดินเบี้ยตาที่ 11 หรือไม่ หรือควรคุยกับฝ่ายขาวให้อะลุ้มอล่วย
เพราะหมากนี้คงดูออกว่าแตะโดยไม่ตั้งใจแน่
แล้วเวลาคนอื่นเห็นบันทึกการแข่งขันที่มีหมากแพ้ชนะแบบนี้
จะวิจารณ์ว่า คู่นี้เล่นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่
-ตัวอย่างที่ 2 ตำแหน่งหมากเช่นเดียวกับตัวอย่างที่ 1 จังหวะดำเดินเช่นกัน
สมมุติว่า เล่นอยู่สนามหลวงลมพัดแรงบ่อยครั้ง พัดเบี้ยทั้งสองฝ่ายเฉไปข้างละ 3 ตัว
โดยสัญชาติญาณทั้งสองฝ่ายก็รีบตั้งหมากกันให้ตรง ไม่ได้พูดว่าขอจัดหมาก
แล้วฝ่ายขาวพูดว่า "เมื่อครู่คุณจับหมากเบี้ยตาที่ 11 เป็นตัวแรก ไม่ได้พูดว่าขอจัดหมาก ต้องเดินเบี้ยตาที่ 11"
ฝ่ายดำแย้งว่า "คุณก็จับ ไม่ได้พูดเหมือนกัน"
ขาวตอบว่า "ใช่ครับ คุณจับคุณต้องเดินตัวนี้ ผมจับโดยที่ไม่ใช่ตาเดินของผม
ผมก็ถูกกรรมการเตือนครั้งที่ 1 เช่นกัน"
กรรมการจะตัดสินอย่างไร จะยึดกติกาโดยเคร่งครัดหรือไม่

คำอธิบายของสุกิจ
- ข้อความ "ทั้งนี้การขออนุญาตและการขยับตัวหมากให้ทำในระหว่างที่เป็นช่วงเวลาเดินหมากของตนเองเท่านั้น"
ใส่ไว้เพื่อป้องกันผู้เล่นบางคนฉวยโอกาสที่กติกามีช่องโหว่ มาเอาเปรียบฝ่ายตรงข้าม
โดยการพูดขัดจังหวะการคิดและการยื่นมือเข้ามาตัดภาพที่กำลังคิด
- กรณีดังเช่น เศษใบไม้ร่วงลงบนกระดาน ลมพัดแรงทำให้ตัวหมากเคลื่อนไป
คนชนโต๊ะทำให้ตัวหมากเคลื่อนไป ฯลฯ กรรมการย่อมตัดสินได้ว่า "เป็นเหตุสุดวิสัยจึงอนุโลมให้"
- การที่ตัวหมากอยู่คร่อมตา เกิดจากนักกีฬาไม่ทำตามกติกาข้อ 3. "เพื่อวางตัวหมากแต่ละสีในตาเดิน"
ข้อ 4.3 "เมื่อเดินหมากไปแตะตาใด ให้วางในตานั้น"
หรือข้อ 5.1 "ข้ามหมากตัวที่ขวางไปวางในตาว่างนั้น"
คือต้องวางตัวหมากในตาเดิน ไม่ใช่วางคร่อมตา
ดังนั้นถ้ากรรมการสังเกตเห็นนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งวางตัวหมากคร่อมตา
ก็สามารถบอกให้รู้ทันทีว่ากติการะบุไว้อย่างไร เป็นการป้องกันปัญหาหลายอย่างไปในตัว

จากข้อ 4.5.2
คำอธิบายของสุกิจ
ในปี พ.ศ.2523 ผมเคยแข่งขันชิงที่หนึ่งในเดือนแรกกับพี่ศุภกิตติ์ มีกระดานหนึ่งรูปหมากผมเสียเปรียบ
จึงแจ้งขอเวลาพิเศษ แต่กรรมการไม่ได้ยินที่แจ้งขอ
ทำให้ต้องเสียโอกาสที่จะได้คิดไตร่ตรอง เลยแพ้ง่ายไปหน่อย
ตรงนี้จะโทษกรรมการคงไม่ได้ เพราะมีพร้อมทั้งความเอาใจใส่ ความสามารถ และความเที่ยงตรง
ตอนนี้ท่านก็ไปเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ แต่ปัญหาเกิดจากระบบขาดการตรวจสอบในตัวเอง
คือกติกาไม่ได้ระบุให้มีการขานยืนยัน ผมเลยไม่รู้ว่ากรรมการไม่ได้ยิน

จากข้อ 4.5.3
คำอธิบายของสุกิจ
- กติกาข้อนี้อาจจำเป็นต้องเขียนเพิ่มเติมให้ชัดเจนขึ้น
- การขออนุญาตนั้น อาจไม่ได้รับอนุญาตตามที่ขอทุกครั้งไป

จากข้อ 5.2
ข้อวิตก
ปัญหาที่อาจเกิดจาก "การกินออกทีละตัว" ก็มีอยู่เหมือนกัน
คือในจังหวะที่นักกีฬาฝ่ายที่กินยังกินต่อไปได้อีก
แต่ตอนนั้นกำลังปล่อยมือจากตัวหมากที่ใช้กิน เพื่อยกตัวหมากที่ถูกกินออกจากกระดาน
แล้วนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามถือว่าหยุดกินแค่นั้น จึงอ้างกติกาข้อ 5.4 ว่าเป็นการ "กินได้แต่ไม่กิน"
และตนต้องการให้ "ปล่อยเลยตามเลย" โดยไม่ทักท้วง ดังนั้นย่อมกินต่อไปอีกไม่ได้
ในกรณีเช่นนี้กรรมการจะทำอย่างไร เพราะไม่มีใครรู้ใจว่าเขาหยุดกินจริงๆ หรือจะกินต่อไปอีก

คำอธิบายของสุกิจ
การให้ "กินออกทีละตัว" จะช่วยป้องกันปัญหาหลายอย่าง ที่เกิดจากตัวหมากหลายตัวลานตาจนทำให้สับสน เช่น
- การกินหมากไปวางข้ามตา
- การกินหมากนอกแนวทแยง
- การยกหมากผิดตัวออกจากกระดาน
- การถกเถียงกันเรื่อง "การกินกลับไปกลับมา"
- การถกเถียงกันว่าจะกินได้กี่ต่อกันแน่ เพราะบางครั้งการใช้ฮอสกิน เป็นการเปิดตาว่างเพิ่มขึ้น
ทำให้พลอยได้กินหมากบางตัวไปด้วย

สำหรับปัญหาตามข้อวิตกนั้น กรรมการสามารถเพิ่มมาตรการป้องกันบางอย่าง ให้เหมาะสมแก่กรณี
เช่น บอกให้นักกีฬาใช้มือหนึ่งจับหมากตัวที่กินและอีกมือหนึ่งยกหมากตัวที่ถูกกินออกจากกระดาน
หรือบอกให้นักกีฬาพูดทุกครั้งก่อนยกหมากตัวที่ถูกกินออกจากกระดานว่า "ยังมีกินอีก"



บันทึกการเข้า

๛น้ำมนต์๛
Global Moderator
Full Member
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 155


www.makhos.com


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 01, 2009, 22:32:25 »

จากข้อ 5.4
ข้อโต้แย้ง
ในการแข่งขันกีฬาใดๆ กรรมการหรือผู้ตัดสิน นอกจากจะควบคุมการแข่งขันแล้ว
ยังต้องตักเตือน และตรวจสอบความถูกต้องด้วย ถ้าปล่อยไปเลยแล้วจะมีกรรมการไว้ทำไม
ในการแข่งกีฬาที่เป็นสากล กรรมการต้องตัดสินอย่างดีที่สุด
ต้องควบคุมไม่ให้ผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์จากการผิดกฏิกา

คำอธิบายของสุกิจ
เรื่อง "กินได้แต่ไม่กิน" นี้ คนส่วนใหญ่มักจะนึกว่าเป็นผลดีต่อฝ่ายที่ไม่กินเท่านั้น แต่ที่จริงมิได้เป็นเช่นนั้นทุกครั้ง
จึงขอยกตัวอย่างเป็นเหตุการณ์สมมุติดังนี้
นักกีฬาสองคนได้แข่งขันกันมาอย่างโชกโชนหลายชั่วโมงติดต่อกัน จนมึนหัวอยู่ไม่น้อยทั้งคู่
แล้วก็มาถึงในกระดานหนึ่ง
ฝ่ายดำมีเบี้ยที่ตา 28 กับ 31
ฝ่ายขาวมีเบี้ยที่ตา 3 กับ 20

ปรากฏว่าฝ่ายดำที่กำลังมึนหัวอยู่เดิน 28-24 ซึ่งทำให้ตัวเองแพ้ง่ายๆ
เพราะแลกกันเสร็จก็จะถูกกักตาเดินตายพอดี
แต่ฝ่ายขาวซึ่งกำลังมึนหัวพอๆ กันกลับเดิน 3-8 โดยไม่กิน
ฝ่ายดำตาสว่างทันทีรีบเดิน 31-27 เดินเร็วมากขนาดกรรมการกำลังอ้าปากจะพูดยังพูดไม่ทันเลย

ถามว่ามาถึงตรงนี้แล้วกรรมการควรจะทำอย่างไรดี
1. ปรับให้ฝ่ายขาวแพ้ไปเลย เพราะบังอาจเดินผิดกติกาตรงที่ไม่ยอมกิน 20-27
ทั้งๆ ที่กรรมการรู้สึกว่าฝ่ายขาวอาจผิดพลาดโดยสุจริตก็ตาม
2. บอกให้ทั้งสองฝ่ายถอยหลังไปใหม่ เพื่อให้ฝ่ายขาวซึ่งเดินผิดกติกากิน 20-27 แล้วก็ชนะไปในที่สุด
3. ปล่อยเลยตามเลย ซึ่งจะทำให้ฝ่ายขาวที่เดินผิดกติกาแพ้ไปเอง
โดยถือว่านี่เป็นการลงโทษฝ่ายละเมิดกติกาไปในตัว

นี่เป็นเพียงเหตุการณ์สมมุติอันหนึ่งเท่านั้น ยังมีของจริงอีกมากมายหลายครั้งที่ซับซ้อนกว่านี้

เนื่องจากกติกาต้องเขียนเอาไว้ให้ใช้ได้กับทุกกรณี
ดังนั้นถ้าเราลองเอาแนวคิดจาก 3 ข้อข้างต้นนั้นมาสรุปให้เป็นกติกา ก็อาจพิจารณาได้ในทำนองนี้

1. การปรับให้ฝ่ายไม่กินให้แพ้ไปเลย ก็อาจมีคำถามว่าจะไม่รุนแรงไปหรือ
หากเป็นการผิดพลาดโดยสุจริต
นอกจากนั้นตัวกรรมการเองก็อาจเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง
เพราะบางครั้งก็เป็นจังหวะที่กรรมการกำลังก้มหน้าก้มตาจดบันทึกอะไรบางอย่างอยู่พอดี
2. การบอกให้ทั้งสองฝ่ายถอยหลังไปใหม่ เพื่อให้ฝ่ายเดินผิดกติกาต้องกิน
ก็จะมีปัญหาในกรณีที่การปล่อยเลยตามเลยบางครั้งก็อาจเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายถูกละเมิด
เขาก็คงประท้วงให้กรรมการปรับฝ่ายไม่กินเป็นแพ้ไปเลย
และยังมีปัญหาที่ตัวกรรมการเองก็อาจเห็นบ้างไม่เห็นบ้างเหมือนกัน
3. การให้ฝ่ายถูกละเมิดมีสิทธิ์เลือกว่าจะทักท้วงให้กินหรือจะปล่อยเลยตามเลย ก็มีคำถามว่า
ถ้าอย่างนั้นเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งไม่ยอมกินตั้งหลายครั้ง
คือชอบลองของว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะทักท้วงไหม ทักท้วงก็ทำตาม ไม่ทักท้วงเมื่อไรก็เสร็จเขา
อย่างนี้การแข่งขันมิปั่นป่วนไปหมดหรือ

กติกาจึงเขียนไว้ให้นักกีฬาฝ่ายที่ถูกละเมิดมีสิทธิ์เลือกเอาเองว่า
จะทักท้วงให้ต้องกินก็ได้หรือจะปล่อยเลยตามเลยก็ได้
และยังมีกติกาที่เขียนเผื่อเอาไว้สำหรับกรณีที่มีบางคนทำผิดกติกาซ้ำอีก
โดยเขียนไว้ในข้อ 6.4 ว่า "หากนักกีฬาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำการดังต่อไปนี้
ทำผิดกติกาเรื่องใดเรื่องหนึ่งซ้ำอีกถึงแม้กรรมการเคยบอกให้ทราบกติกาเรื่องนั้นแล้ว
........... และนักกีฬาฝ่ายตรงข้ามได้ทักท้วงและฟ้องต่อกรรมการ ก่อนที่จะเดินหมากของตนเอง
ให้กรรมการเตือนพร้อมทั้งจดบันทึกไว้ หากกรรมการเตือนเรื่องเดียวกันถึง 3 ครั้ง
นับตั้งแต่เริ่มแข่งขันกระดานแรก ให้ถูกปรับให้แพ้ในการแข่งขันคู่นั้น"

ข้อโต้แย้ง
กรณีกินได้แต่ไม่กิน กรรมการน่าจะให้เดินใหม่ โดยอาจจะคาดโทษเช่นเตือนหนึ่งครั้ง
ถ้าเตือนอีกครั้งอาจโดนปรับแพ้ เพราะหมากฮอสน่าจะวัดกันด้วยฝีมือ
ไม่ได้วัดด้วยการได้ประโยชน์จากการผิดกติกา

คำอธิบายของสุกิจ
กฎพื้นฐานในการเล่นหมากฮอสมีอยู่ 2 ข้อ
กฎหลักคือ "จับตัววางตาย" กฎรองคือ "กินได้ต้องกิน"
กติกาต่างๆ สำหรับการเล่นหมากฮอสจึงต้องเขียนขึ้นโดยยึดถือตามกฎทั้ง 2 ข้อนี้
แล้วแตกประเด็นย่อยออกไปตามความจำเป็น

ลองพิจารณาข้อถกเถียงตอนเขียนกติกาเรื่องนี้ ประกอบไปกับคำอธิบายเดิม
- กรรมการจะรู้ได้อย่างไรว่าการไม่กินนั้น เป็นเพราะจงใจหรือมองไม่เห็น
- การให้กินโดยคาดโทษไว้ จะเท่ากับเปิดโอกาสให้จงใจไม่กินได้หนึ่งครั้งหรือไม่
- ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งทักท้วงว่าต้องปรับให้แพ้ เพราะการไม่กินเท่ากับทำผิดกติกาไปแล้ว
แต่การเตือนให้กินกลับทำให้ฝ่ายเขาเสียประโยชน์ กรรมการจะตอบว่าอย่างไร
- ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งทักท้วงว่ากติกาให้ "จับตัววางตาย"
เมื่อเดินเสร็จไปแล้วย่อมไม่มีสิทธิ์ถอยกลับตาเดิม
กรรมการจะตอบว่าอย่างไร
- ถ้ากรรมการเตือนบ้างไม่เตือนบ้าง คือเห็นก็เตือนไม่เห็นก็ไม่เตือน
จะเป็นเหตุให้นักกีฬาที่เสียประโยชน์และผู้ชมการแข่งขันบางคนเกิดข้อกังขาหรือไม่ว่า
ตอนไหนที่กรรมการไม่เห็นจริงๆ ตอนไหนที่กรรมการแกล้งไม่เห็น
- ถ้ากรรมการไม่เตือนเพราะไม่เห็นจริงๆ แต่ฝ่ายตรงข้ามทักท้วง
พร้อมทั้งขอให้เปลี่ยนตัวกรรมการเนื่องจากทำหน้าที่บกพร่องหรืออาจไม่เป็นกลาง
คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะทำอย่างไร

คำอธิบายของสุกิจ
กติกาดั้งเดิมของชมรมหมากฮอสฯ ใช้คำ "เตือน" หลายแห่ง
แต่ในกติกานี้ได้เขียนใหม่โดยแยกออกเป็นหลายคำ เพื่อสร้างความชัดเจน
คือ "บอก ขาน ทักท้วง ฟ้อง เตือน"

จากข้อ 6.
ข้อเสนอแนะของเซียนโย่ง
กติกาต้องลงโทษการเล่นแบบเจตนาโกง เล่นตุกติกต่างๆ ให้หนักขึ้น
ส่วนกรณีที่ไม่ตุกติกหรือไม่เจตนาโกงนั้น คงผ่อนปรนได้ตามความเหมาะสม
สิ่งสำคัญคือ ลดข้อถกเถียงให้น้อยที่สุด
จะได้ไม่ต้องลำบากกรรมการให้ปวดหัวต้องมานั่งฟังประท้วงกันเถียงกัน
แล้วตัดสินไม่ได้หรือตัดสินผิดพลาด
บางเรื่องที่ผู้เล่นสองฝ่ายหรือกรรมการเห็นพ้องต้องกันหรือยอมๆ กันได้ ก็ยอมๆ กัน
การแข่งขันก็เสร็จเร็วขึ้น

คำอธิบายของสุกิจ
กติกาดั้งเดิมของชมรมหมากฮอสฯ ในเรื่อง "การทำผิดกติกาและการลงโทษ" มีข้อบกพร่องอยู่หลายประการคือ
บางส่วนอ่านเข้าใจได้ยาก บางส่วนไม่สมเหตุสมผล บางส่วนซ้ำซ้อนกัน บางส่วนขัดแย้งกัน
ในกติกานี้จึงแก้ไขเสียใหม่โดยยึดถือตามข้อเสนอแนะของเซียนโย่งเกือบทั้งหมด
เพียงแต่เพิ่มเติมความผิดบางอย่างเข้าไป และปรับเปลี่ยนจากเดิม
เป็นรวบรวมความผิดทุกอย่างมาระบุไว้ในกติกาข้อ 6. นี้เพียงข้อเดียว ตามที่พี่เรืองชัยเคยแนะนำไว้

ในกรณีที่นักกีฬาฝีมือดีมากทั้ง 2 ฝ่ายงัดสุดยอดวิชามารมาสู้กัน
กรรมการทั่วไปอาจดูไม่ออกว่ามีการจงใจทำผิดกติกาเกิดขึ้น
ยกเว้นกรรมการที่มีชั้นเชิงใกล้เคียงกับนักกีฬาคู่นั้น
ผมเองเคยมีประสบการณ์ตรงมาครั้งหนึ่ง

ตอนนั้นเป็นการแข่งขันระหว่างผมกับนักหมากฮอสฝีมือทัดเทียมกัน
วันที่แข่งผมเป็นหวัดมากมีอาการจามตลอดและน้ำมูกไหลไม่หยุด
ยิ่งกินยาแก้หวัดเข้าไปก็ทำให้รู้สึกง่วงซึมต้องฝืนสังขารถ่างตาเล่น
ระหว่างที่เล่นกันเขาก็ชวนผมคุยนิดๆ หน่อยๆ เรื่อยไปอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสเพราะเป็นเพื่อนกันด้วย
กรรมการซึ่งเป็นวิศวกรจากองค์การโทรศัพท์ก็นั่งดูแต้ม จับเวลา
และจดบันทึกแต้มอย่างสบายอารมณ์
จนมาถึงกระดานหนึ่งหมากผมเป็นรองมาก
ขนาดพี่เรืองชัยที่ยืนดูอยู่ยังทนดูไม่ได้ต้องเดินไปดูคู่อื่นแทน
ช่วงนั้นผมขอเวลาพิเศษ 5 นาที ขณะที่กำลังนั่งอ่านแต้มเพลินอยู่นั้น
เขาก็ยื่นมือพรวดเข้ามาในกระดาน จิ้มนิ้วลงไปที่ตาว่างตาหนึ่ง พร้อมกับพูดดังๆ ว่า
"เมื่อกี้เราน่าเดินฮอสมาตานี้นะ" ด้วยเทคนิค "ตัดภาพ" เช่นนี้
ทำให้ผมลืมไปเกือบหมดเลยว่าอ่านหมากไว้อย่างไรบ้าง
และถ้าผมเขวไปมองย้อนว่าการเดินฮอสมาตานั้นอย่างที่เขาบอกผลจะเป็นอย่างไร
ก็จะทำให้ผมเสียสมาธิและเสียเวลาไปอีกเปล่าๆ
ตอนนั้นกรรมการนั่งดูเฉยอยู่ ไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าเขาทำผิดกติกา
เพราะเห็นว่าเขาคุยกับผมมาเรื่อยๆ และผมก็คุยตอบบ้างเป็นบางครั้ง
ผมเองไม่ได้ทักท้วงที่เขาทำอย่างนั้น
เพราะถึงแม้กรรมการจะเตือนเขาก็ไม่ทำให้สถานการณ์ของผมดีขึ้นแต่อย่างใด
จึงได้แต่คิดว่า "เล่นโกงทีเดียวกะให้เราถึงตายเลยนะ"

ขณะนั้นบังเอิญมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นพอดี
คือมีคนถูกตัวต่อไล่ต่อย วิ่งหนีเข้ามาใกล้บริเวณที่แข่งกันอยู่
ตัวต่อหลายตัวก็บินตามคนนั้นมา แล้วต่อยใส่อีกคนหนึ่งด้วย
ทำให้อีกหลายคนที่อยู่ตรงนั้นรวมทั้งนักกีฬาบางคู่ วิ่งหนีกันวงแตกกระเจิงไปเลย
ผมเองถึงแม้จะอยู่ไกลจากตัวต่อเหล่านั้นพอสมควร
แต่ก็ทำเป็นตกใจกลัวมากทำท่าคล้ายจะลุกขึ้นวิ่งหนีกับเขาไปด้วย
แต่ก็ไม่ได้วิ่งจริงยังคงกลับนั่งลงอ่านหมากต่อไป
โดยแกล้งเหลียวไปดูเหตุการณ์และทำทีผุดลุกผุดนั่งอยู่เป็นระยะๆ
แม้ผมอ่านหมากจนเสร็จแล้วก็ยังไม่ยอมเดิน
แกล้งทำเป็นเหลียวหน้าเหลียวหลังอยู่อย่างนั้นจนเลยเวลาเดินไปค่อนข้างมาก
แต่กรรมการก็ไม่ได้ขานบอกเวลา ผมดึงอยู่นาน
จนเขาทนไม่ไหวต้องชี้ไปที่นาฬิกาข้อมือของตนเองให้กรรมการดู
เป็นทำนองทักท้วงว่า "เกินเวลามากไปแล้วนะ"
กรรมการบอกว่า "ตอนนี้ต้องอนุโลมกันหน่อย" ผมดึงเวลาต่อไปอีกนิดหนึ่ง
จนสังเกตเห็นเขาทำหน้าตารำคาญเชิงดูหมิ่นและทำเมินมองไปทางอื่นเหมือนเย้ยผม
จึงรีบเดินหมากตามที่คิดไว้ เป็นการแอบเดินเงียบๆ ไม่ให้เขาทันรู้ตัว
แต่ก็ทำท่าเหมือนคิดหนักอยู่ตามเดิม
พออีกสักครู่เขาออกปากถามกรรมการว่า "ยังไม่ให้เดินอีกเหรอ"
ผมทำเป็นแปลกใจชี้ให้ดูว่า "อ้าวก็เดินตัวนี้ไปตั้งนานแล้วไง"
เขาคงอารมณ์เสียที่ผมถ่วงเวลาและแอบเดินหมากตอนเผลอ
ทั้งคงจะเสียหน้าและกลัวหมดเวลาด้วย เลยบุ่มบ่ามรีบเดินหมากหวังจะเอาชนะให้ได้โดยเร็ว
จนพลาดท่ากลับเป็นรองผมมาก
ตอนนั้นพี่เรืองชัยเดินกลับมาดูพอดี แกแปลกใจที่สถานการณ์พลิกไป
จึงกระซิบถามกรรมการว่า "เดินกันยังไงถึงออกมาเป็นรูปนี้ได้"
ผมพูดกับพี่เรืองชัยค่อนข้างดังแต่หน้ายิ้มๆ ว่า
"ก็กะจะไล่ชกให้น็อคเร็วที่สุด เลยพลาดท่าโดนศอกสั้นหลับกลางอากาศ"
แล้วผมก็เดินหมากบีบเอาชนะเขาไปทันที
ที่แกล้งพูดอย่างนั้นเพราะตั้งใจยั่วให้เขาอารมณ์เสียติดไปถึงกระดานหน้า
เผื่อว่าจะมีโอกาสเอาชนะเขาได้ง่ายขึ้น แล้วก็ชนะได้อีกจริงๆ เพราะเขาเล่นเสี่ยงเข้ามา
หลังจบการแข่งขัน เขาขอจับมือแสดงความยินดีที่ผมชนะ ยิ้มร่าเลยพร้อมกับพูดว่า
"ยินดีด้วย วันนี้ไม่ใช่วันของเรา ขนาดมีโอกาสทุกอย่างแล้วยังพลาดจนได้"

คือเขาเป็นคนมั่นใจในตนเองที่ถือว่าการตุกติกนับเป็นฝีมืออย่างหนึ่งและยอมรับได้เมื่อคนอื่นตุกติกคืน
ผมได้สอบถามกรรมการภายหลังว่า "รู้ไหมว่านักกีฬาตุกติกอะไรกันบ้าง"
กรรมการตอบว่า "ก็เล่นกันเรียบร้อยดีนี่ ไม่เห็นมีอะไรตุกติก"
แต่พอผมเล่าให้ฟังเหมือนกับที่เขียนเล่ามานี้ กรรมการถึงกับเอ่ยปากว่า
"ดูไม่ออกเลย เห็นเป็นเพื่อนกันคุยกันดีๆ นี่แอบชกกันใต้เข็มขัดด้วยเหรอ"
ที่ผมยกตัวอย่างของจริงมาเล่าอย่างค่อนข้างละเอียดเช่นนี้ ก็เพราะอยากบอกว่า
"นักหมากฮอสบางคนสามารถใช้เทคนิคพิสดารที่กรรมการทั่วไปอาจนึกไม่ถึง"
ดังนั้นคณะกรรมการจัดการแข่งขันควรเฟ้นหาตัวกรรมการที่มือถึงจริงๆ ไว้คอยรับมือพวกนี้ด้วย

จากข้อ 6.4
คำอธิบายของสุกิจ
ถ้านักกีฬาแค่ "ทักท้วง" ฝ่ายตรงข้าม แต่ไม่ได้ "ฟ้อง" ต่อกรรมการ กรรมการย่อมไม่มีสิทธิ์ "เตือน"
แต่ยังสามารถ "บอก" ให้ทราบกติกาเรื่องนั้นซ้ำได้อีก

จากข้อ 8.2
คำอธิบายของสุกิจ
เดิมนักหมากฮอสเรียกแต้มนี้ว่า "แต้มล้อ" เพราะเป็นการเดินที่มีลักษณะหยอกเย้ากันอยู่ในที
บางคนตอนเล่นจริงชอบพูด "จ๊ะเอ๋" หรือคำอื่นที่แสดงถึงอารมณ์ขันทำนองนี้ประกอบการเดินไปด้วย
แต่ต่อมานิยมเรียกว่า "แต้มล้อเลียน" ผมก็ไม่ทราบแน่ว่าเป็นเพราะพูดเพี้ยนกันไปเอง
หรือเพราะอยากขยายให้คลุมรวมไปถึงการเดินให้เหมือนกับที่เคยเดินกันมาแล้วก่อนนี้ด้วย

จากข้อ 8.3
คำอธิบายของสุกิจ
การขอนับนี้ นักกีฬาจะขอเมื่อไรก็ได้

จากข้อ 8.4
คำอธิบายของสุกิจ
- ผมริเริ่มให้เรียกแต้มนี้ว่า "แต้มวนเวียน" เพื่อให้เข้าคู่กับ "แต้มล้อเลียน" นั่นเอง
- กติกาข้อนี้เปิดช่องทางให้กรรมการสามารถยุติการแข่งขันที่ยืดเยื้อโดยไม่สมควรได้

จากข้อ 9.
คำอธิบายของสุกิจ
เมื่อไรก็ตามที่นักกีฬาเกิดความกังวล มัวแต่ระวังตัวกลัวกรรมการหรือคนดูไปช่วยเหลือฝ่ายตรงข้าม
ระดับฝีมือการเล่นของนักกีฬานั้นอาจต่ำกว่ามาตรฐานปกติของตนมาก
เรื่องนี้ผมก็มีประสบการณ์ตรงเหมือนกัน
ครั้งหนึ่งชมรมหมากฮอสฯ จัดการแข่งขันขึ้น ผมได้รับมอบหมายให้เป็นกรรมการตัดสินของคู่หนึ่ง
แต่นักกีฬาคนหนึ่งขอใช้สิทธิ์เปลี่ยนตัวกรรมการ เขาบอกว่า
"กรรมการเป็นพวกเดียวกับอีกฝ่ายหนึ่ง กลัวว่าจะไปช่วยเหลือกัน"
ผมก็งงๆ เพราะผมรู้จักนักกีฬาเกือบทุกคนรวมทั้งตัวเขาเองด้วย
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงระแวง
แต่ผมก็ต้องสลับคู่ที่จะตัดสินกับพี่ปัญจะ เพื่อให้นักกีฬาสบายใจ
ปรากฏว่าเขาเอาชนะการแข่งขันได้จริงๆ ถึงแม้ระดับฝีมือจะด้อยกว่าอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ไม่น้อยก็ตาม
เพราะฝ่ายนั้นโกรธมากที่ถูกสบประมาทว่ากรรมการจะมาช่วยเหลือ
ทำให้อารมณ์เสียจนเล่นพลาดไปเองอย่างง่ายๆ

หลังจากนั้น 2-3 ปี ขณะที่ผมไปยืนดูการแข่งขันหมากฮอสในกีฬามหาวิทยาลัย
ตอนเวลาเย็นวันก่อนวันสุดท้าย มีรุ่นพี่คนหนึ่งพาอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดมาพบผม
ขอร้องให้ช่วยแนะนำแก่นักกีฬาสักหน่อยเพราะมาไกล ไม่มีโค้ชเหมือนที่หลายทีมมีกัน

ผมถามเด็กนักกีฬาว่ากติกาเป็นยังไงและกลัวใครบ้าง
เด็กบอกว่าเป็นการแข่งแบบพบกันหมด เล่นกันแค่คู่ละ 2 กระดานแล้วคิดผลตามคะแนน
ตอนนี้กลัวแชมป์เก่าเพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นที่จะเจอกันพรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายนั้นไม่น่ากลัวนัก
ผมถามจนได้ความว่าแชมป์เก่าก็คือคนที่เคยขอเปลี่ยนตัวผมเมื่อตอนที่จะเป็นกรรมการให้นั่นเอง
ผมรับปากกับอาจารย์และบอกว่าเนื่องจากมีเวลาน้อยมากดังนั้นคืนนี้ผมจะไปนอนที่หอพักด้วย
ตอนหัวค่ำผมถามเด็กว่าคาดว่าฝ่ายตรงข้ามจะเล่นหมากอะไร
เด็กบอกว่าน่าจะเป็นกองโจรทั้งเดินก่อนและเดินหลังเพราะเห็นเอามาชนะคนอื่นหลายคนแล้ว
ผมเลยสอนแต้มสำหรับดักตีหมากกองโจรให้สองแต้ม เป็นแต้มที่ตอนนั้นยังมีคนในวงการรู้น้อยมาก
เพราะผมตั้งใจเก็บเอาไว้เผื่อจะต้องเล่นกับเซียนมือดี
หลังจากนั้นก็สอนจังหวะเปิดหมากบางรูปเพื่อให้ทางหมากได้เปรียบ
หรืออย่างน้อยก็ไม่เสียเปรียบเอาไว้ก่อน แล้วค่อยไปคิดลุยต่อเอาเองตอนเล่นจริง
สุดท้ายก่อนเข้านอนก็สอนชั้นเชิงให้ เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นนักพนันมือดีมาก
มีลูกตุกติกแยะพอตัว จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ชั้นเชิงต่างๆ เอาไว้บ้าง ดังเช่น
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ แต่อย่าเข้านอนเร็วนัก
เพราะถ้าตื่นเช้าเกินไปผิดเวลาที่เคยชิน ร่างกายอาจไม่พร้อมดังปกติ
- กินอาหารให้อิ่มและเข้าห้องน้ำขับถ่ายให้เรียบร้อยก่อนถึงเวลาแข่ง
- สำรวจสถานที่แข่งล่วงหน้า มองหาตำแหน่งนั่งที่ไม่โดนแอร์หรือพัดลมเป่าตัวโดยตรง
ไม่มีแสงสว่างส่องเข้าตา ให้ฝ่ายตรงข้ามนั่งพิงผนังเพื่อสร้างความกดดัน
และมีโอกาสเสียสมาธิเพราะผู้ชม ลองนั่งเก้าอี้ดูว่าเหมาะกับเราหรือยัง
- อาจให้เพื่อนช่วยนั่งจองที่ไว้ให้ด้วยเพื่อกันพลาด
แล้วค่อยลุกขึ้นสละที่ให้กันตอนกรรมการมาถึง
- เตร็ดเตร่คอยกรรมการอยู่ใกล้จุดนั้น พอกรรมการเรียกตัวก็บอกว่า
"ใช้โต๊ะนี้เลยก็ได้" แล้วนั่งเก้าอี้ที่เลือกไว้ ส่วนมากกรรมการจะเออออตามใจเรา
- ถ้าฝ่ายตรงข้ามเลื่อนกระดานหมากฮอสบนโต๊ะล้ำมาทางฝั่งเรา
ให้เลื่อนคืนไปตรงกลางพร้อมกับพูดว่า "เอาไว้ตรงนี้ดีกว่าพี่จะได้เห็นชัด"
อย่ายอมนั่งโดยไม่มีที่ว่างสำหรับวางมือลงบนโต๊ะ
เพราะนั่งห้อยแขนไปนานเข้าจะเมื่อยและอึดอัดได้
- ถ้าฝ่ายตรงข้ามควักบุหรี่ขึ้นมาจะสูบ
ให้ขอร้องว่าอย่าสูบเลยเพราะเราแพ้มาก ถ้าเขายังสูบจริงๆ
ให้ทำจมูกฟุตฟิดและบอกกรรมการว่าเราคงเล่นต่อไปไม่ไหวแน่
- เปิดหมากด้วยความเร็วตามธรรมชาติของเรา ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเกร็ง
- ถ้าฝ่ายตรงข้ามคิดนานเต็มเวลา ก็อย่าหงุดหงิด
- ถ้าฝ่ายตรงข้ามเริ่มทำท่าตุกติก เช่น เอามือเข้ามาในกระดานตอนยังไม่เดิน
ชวนเราพูดคุยเกินเหตุ ชวนกรรมการคุย ชวนคนดูคุย พึมพำคนเดียวค่อนข้างดัง ฯลฯ
ให้หันไปถามกรรมการว่า "กติกาห้ามทำอย่างนี้ไม่ใช่หรือ"
แต่ต้องถามอย่างสุภาพ แสดงออกว่าเรารู้ทัน เขาจะได้เลิกตุกติก
- เตรียมน้ำไว้ค่อยจิบดื่มไปเรื่อยๆ เพราะจะช่วยให้ใช้ความคิดอย่างหนักได้ยาวนานขึ้น
ถ้าเกิดปวดปัสสาวะให้ขออนุญาตกรรมการเข้าห้องน้ำทันที อย่าอั้นไว้
- อย่าคอยลุ้นว่าฝ่ายตรงข้ามจะเดินหมากตัวไหนตาไหน เพราะจะทำให้เครียด
ทำใจให้ว่าง รอจนเขาเดินจริงดีกว่า
- ถ้าสังเกตเห็นฝ่ายตรงข้ามคอยลุ้นว่าเราจะเดินหมากตัวไหนตาไหน อาจสร้างความเครียดให้เขา
โดยทำเป็นขยับตัวหรือแขนบ้างเป็นครั้งคราว
คล้ายกับเตรียมจะเดินแล้ว แต่ยังคิดไม่ตกเลยยังไม่เดินจริง
ต้องระวังอย่ายื่นมือเข้าไปในกระดาน
- ไม่ว่าจะเสียเปรียบแค่ไหนก็ตาม อย่าท้อถอยเด็ดขาด คิดให้เต็มที่
เพราะตราบใดที่ยังไม่จบกระดาน ก็ยังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ได้
- ไม่ว่าจะได้เปรียบแค่ไหนก็ตาม อย่าประมาทเด็ดขาด ไม่ต้องรีบเดินนัก
- ถ้าได้เปรียบมากจนถึงขั้นชนะ อาจเดินเต็มเวลาก็ดีเหมือนกัน ถึงแม้จะคิดเสร็จแล้วก็ตาม
เพราะในระหว่างนั้นเขาจะคิดไปด้วย ทำให้ไม่ได้พักสมอง
และอาจสร้างความเครียดให้เขาเพิ่มขึ้นอีก
โดยหาทางล่อหลอกให้เขารู้สึกมีหวังและผิดหวังบ่อยๆ
โดยทำเป็นมองตัวหมากและตาเดินที่หากเราเดินแล้วเขาสามารถพลิกสถานการณ์ได้

ปรากฏว่าตอนเช้าวันแข่งขัน ระหว่างที่คอยกรรมการอยู่ เด็กดันมาเรียกผมเข้าไปถามแต้มบางแต้ม
ผมก็ทำให้ดูจนเห็นฝ่ายตรงข้ามเดินเข้ามาแต่ไกล เลยรีบปัดตัวหมากบนกระดานให้ยุ่งเหยิง
ฝ่ายตรงข้ามเห็นอย่างนั้นถึงกับหน้าเปลี่ยนสีไปเลย คงจะนึกระแวงว่าผมกำลังเตรียมทีเด็ดบางอย่างให้
เมื่อกรรมการมาถึง เด็กได้นั่งในตำแหน่งที่หมายตาไว้ ส่วนผมก็ออกไปยืนดูนอกเส้น
เป็นการยืนอยู่ด้านหลังเด็ก แต่เห็นหน้าฝ่ายตรงข้ามที่นั่งหันหลังให้ผนังอยู่

ตอนแข่งกันจริงฝ่ายตรงข้ามไม่ตุกติกเลยและไม่เล่นหมากกองโจรด้วย
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาขาดสมาธิเพราะคอยเหลือบมองผมอยู่ตลอดเวลาเลย
คงอยากจับสังเกตจากสีหน้าท่าทางผมว่าเข้าแต้มทีเด็ดที่เตรียมไว้หรือเปล่า
และสถานการณ์ในกระดานทำให้ผมกังวลหรือสบายใจ
ในขณะที่เด็กตั้งใจเล่นเต็มที่และไม่เกร็งเลยเพราะมองไม่เห็นผม
แต้มหมากที่เล่นกันออกรูปที่เด็กจะแพ้ไปไม่ยากนัก
แต่ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเดินผิดกลับเป็นเสมอ และเดินผิดอีกครั้งหนึ่งกลับเป็นแพ้ไปเอง
การแพ้เด็กคนนี้ทำให้เขาซึ่งเป็นเต็งหนึ่งได้เพียงเหรียญเงิน
ส่วนเด็กที่เป็นม้านอกสายตาก็ได้เหรียญทองแดงไป
เหตุการณ์ครั้งนี้พิสูจน์ว่าความกังวลนั้นมีผลต่อนักกีฬาเป็นอย่างมากทีเดียว

จากข้อ 11.5.1
คำอธิบายของสุกิจ
- กติกานี้พูดเฉพาะ "กติกาการเล่น" เท่านั้น ยังไม่ได้พูดถึง "กติกาการจัดแข่งขัน"
เพราะจำเป็นต้องทราบวัตถุประสงค์และข้อจำกัดต่างๆ ในการจัดแข่งขันแต่ละครั้งก่อน
จึงสามารถที่จะกำหนด "กติกาการจัดแข่งขัน" ที่เหมาะสมได้
- ผมมีความเห็นส่วนตัวว่า เนื่องจากหมากฮอสเป็นหมากกระดานอย่างหนึ่ง
การจัดเตรียม "กติกาการจัดแข่งขัน" จึงควรเริ่มต้นจากการศึกษากติกากีฬาหมากกระดานอื่นๆ
เช่น หมากรุกไทย หมากรุกสากล และหมากฮอสแบบอังกฤษอเมริกันก่อน
หากยังไม่พบสิ่งที่ต้องการจึงค่อยเสาะหาจากกีฬาประเภทอื่นๆ ต่อไป
- ในต่างประเทศ เคยมีนักกีฬาหมากกระดานชั้นแนวหน้าที่กำลังแข่งขันอยู่
ต้องล้มป่วยลงอย่างกะทันหัน เพราะการแข่งขันที่หนักมากเกินไปจนร่างกายรับไม่ไหว
บางคนถึงกับเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี

จากข้อ 11.5.2
คำอธิบายของสุกิจ
ข้อนี้เป็นบทเฉพาะกาล ซึ่งพี่ปัญจะเป็นคนแนะนำให้ใส่ไว้
เพื่อช่วยให้กติกาสามารถครอบคลุมกรณีต่างๆ ทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นในการแข่งขัน

จากกติกาทั้งฉบับ
ข้อสงสัย
ทำกติกาย่อๆ ไม่ได้เลยหรือ
คำอธิบายของสุกิจ
บางส่วนก็สามารถเขียนย่อๆ ได้ แต่บางส่วนก็ต้องให้รายละเอียดไว้ด้วย
เพื่อให้ปฏิบัติได้ถูกต้องหรือเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
ในอนาคตเมื่อผู้เกี่ยวข้องใช้กติกานี้จนเกิดเป็นความเคยชินร่วมกันทุกฝ่ายทุกคนแล้ว อาจเขียนใหม่ย่อๆ ก็ได้


บันทึกการเข้า

หน้า: [1]
สโมสรชาวหมากฮอส : Thai Checkers Club  |   |  ความรู้เกี่ยวกับหมากฮอส  |  กติกาการเล่นหมากฮอสและแนวคิดอันเป็นที่มา « หน้าที่แล้ว ต่อไป »
    กระโดดไป: